pregnancy & baby คำแนะนำ

คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ตามสถานการณ์ค่ะ

หากคุณมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

แม้มีโรคประจำตัว ก็สามารถเตรียมตัวเพื่อการตั้งครรภ์ที่สุขภาพดีได้ค่ะ

หากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์ ความดันโลหิตสูง หรือหอบหืด และต้องใช้ยาเป็นประจำ อาจรู้สึกกังวลเมื่อต้องการมีลูก แต่การมีโรคประจำตัวไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้ สิ่งสำคัญคือควบคุมโรคให้คงที่และปรึกษาแพทย์เรื่องยาที่ใช้อยู่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ค่ะ

ตั้งครรภ์แล้วต้องหยุดยาประจำทั้งหมดไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ ยาบางชนิดอาจต้องเปลี่ยนหรือหยุดในระหว่างตั้งครรภ์ แต่การหยุดยาเองอาจทำให้โรคกำเริบและเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคลมชัก หากหยุด ยากันชัก อย่างกะทันหันอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักมากขึ้น หากวางแผนตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาว่าควรใช้ยาเดิม ปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนยา และหากตั้งครรภ์แล้วไม่ควรหยุดยาเองค่ะ

หากเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

หากเป็นเบาหวานอยู่ก่อนตั้งครรภ์ การควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และในช่วงแรกของการตั้งครรภ์มีความสำคัญมาก เพราะระดับน้ำตาลที่ควบคุมไม่ดีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเป้าหมายระดับน้ำตาล ยาที่ใช้ และการเสริมกรดโฟลิกตั้งแต่ช่วงวางแผนตั้งครรภ์ค่ะ

อินซูลิน เป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการควบคุมเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนยารักษาเบาหวานชนิดอื่นอาจใช้ต่อหรือเปลี่ยนตามความเหมาะสมของแต่ละคน จึงไม่ควรหยุดหรือเปลี่ยนยาเองค่ะ

หากมีความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ควรตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ก่อนตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ ACE inhibitors และ ARBs ซึ่งโดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์อาจเปลี่ยนเป็นยาที่เหมาะสมกว่าให้ค่ะ

สำหรับ ยากลุ่ม statins ที่ใช้ลดไขมันในเลือด คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักได้รับคำแนะนำให้หยุดยา แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงมากบางรายอาจต้องได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ค่ะ

หากมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือโรคลูปัส (SLE) ควรวางแผนตั้งครรภ์ในช่วงที่โรคควบคุมได้ดี เพราะหากโรคกำลังมีการอักเสบหรือกำเริบอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ค่ะ

ควรตรวจสอบยาก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากยาบางชนิดใช้ได้ในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ยาบางชนิด เช่น methotrexate ไม่ควรใช้ ควรวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์โรคข้อและสูตินรีแพทย์ค่ะ

หากเป็นโรคลมชักหรือมีปัญหาสุขภาพจิต

ผู้ที่เป็นโรคลมชักควรทบทวนชนิดและขนาดของยากันชักก่อนตั้งครรภ์ และปรึกษาแพทย์เรื่องการเสริมกรดโฟลิก ไม่ควรหยุดยากันชักเองอย่างกะทันหันค่ะ

ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคจิตเภท หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ก็สามารถวางแผนตั้งครรภ์ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องหยุดหรือเปลี่ยนยาจิตเวชทุกชนิด แพทย์จะพิจารณาทั้งประโยชน์และความเสี่ยงของยา รวมถึงความสำคัญของการควบคุมอาการให้คงที่ค่ะ

หากมีโรคไทรอยด์

ไม่ว่าจะเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำหรือไทรอยด์ทำงานเกิน ควรควบคุมระดับฮอร์โมนไทรอยด์ให้เหมาะสมตั้งแต่ก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ

Levothyroxine ที่ใช้รักษาภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำสามารถใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่อาจต้องปรับขนาดยาตามผลตรวจค่ะ

หากเป็นไทรอยด์ทำงานเกินและจำเป็นต้องใช้ยาต้านไทรอยด์ ชนิดของยาอาจเปลี่ยนไปตามช่วงของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปช่วงไตรมาสแรกมักพิจารณา PTU (propylthiouracil) ก่อน และหลังจากนั้นอาจพิจารณา methimazole ตามความเหมาะสมค่ะ

หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

การมีโรคประจำตัวไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดยาทั้งหมด การควบคุมโรคให้คงที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและสูตินรีแพทย์ตั้งแต่ช่วงวางแผนตั้งครรภ์ เพื่อทบทวนโรค ยาที่ใช้อยู่ และวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมค่ะ