pregnancy & baby คำแนะนำ

รู้จักภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย: การตรวจและการแปลผล

เมื่อพูดถึงภาวะมีบุตรยาก หลายคนมักคิดว่าสาเหตุอยู่ที่ฝ่ายหญิงเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วปัจจัยจากฝ่ายชายอาจเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวหรือเกิดร่วมกับปัจจัยจากฝ่ายหญิงได้ ดังนั้นเมื่อมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ควรประเมินทั้งสองฝ่ายค่ะ

สาเหตุจากฝ่ายชายอาจเกี่ยวข้องกับจำนวนอสุจิ การเคลื่อนไหว รูปร่าง การสร้างอสุจิ หรือเส้นทางการหลั่งน้ำอสุจิ

ตรวจสุขภาพของอสุจิด้วยการตรวจน้ำเชื้อ

การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (semen analysis) เป็นการตรวจพื้นฐานสำหรับประเมินภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย

การตรวจจะประเมินปริมาตรน้ำเชื้อ ความเข้มข้นของอสุจิ จำนวนอสุจิทั้งหมด การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ

WHO แนะนำให้ งดการหลั่งประมาณ 2–7 วันก่อนเก็บตัวอย่างเพื่อการตรวจวินิจฉัย และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของห้องปฏิบัติการหรือสถานพยาบาลค่ะ

มาตรฐานห้องปฏิบัติการสากลในปัจจุบันอ้างอิง คู่มือการตรวจและเตรียมน้ำเชื้อของ WHO ฉบับที่ 6 ซึ่งเผยแพร่ในปี 2021

ค่าขอบล่างอ้างอิงจากกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะเจริญพันธุ์ ได้แก่ ปริมาตรน้ำเชื้อประมาณ 1.4 mL ความเข้มข้นอสุจิ 16 ล้านตัว/mL จำนวนอสุจิทั้งหมด 39 ล้านตัวต่อการหลั่ง การเคลื่อนไหวทั้งหมด 42% การเคลื่อนไหวไปข้างหน้า 30% และรูปร่างปกติ 4%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ ไม่ใช่เส้นแบ่งชัดเจนระหว่างผู้ที่มีและไม่มีภาวะเจริญพันธุ์

ค่าที่ต่ำกว่าระดับอ้างอิงเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าจะตั้งครรภ์ตามธรรมชาติไม่ได้ และค่าที่สูงกว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าจะตั้งครรภ์ได้แน่นอน ต้องพิจารณาผลทั้งหมดร่วมกับอายุและภาวะเจริญพันธุ์ของฝ่ายหญิง รวมถึงระยะเวลาที่พยายามตั้งครรภ์

เนื่องจากคุณภาพน้ำเชื้ออาจแตกต่างกันในแต่ละครั้ง หากผลครั้งแรกผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำค่ะ

ถ้าผลตรวจน้ำเชื้อผิดปกติล่ะ?

หากผิดปกติเล็กน้อย อาจพิจารณาลองตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต่อ หรือใช้ การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) ตามภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งคู่

หากจำนวนหรือการเคลื่อนไหวของอสุจิลดลงอย่างมาก หรือมีความผิดปกติหลายด้าน อาจพิจารณา การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

ในบางกรณีสามารถใช้ ICSI ซึ่งเป็นการฉีดอสุจิเพียงหนึ่งตัวเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง

การเลือกวิธีธรรมชาติ IUI, IVF หรือ ICSI ไม่ควรตัดสินจากค่าผลตรวจเพียงค่าเดียวค่ะ

ภาวะไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อคืออะไร?

Azoospermia คือภาวะที่ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อหลังจากตรวจตัวอย่างอย่างเหมาะสม

สาเหตุแบ่งได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1) ภาวะไม่มีอสุจิชนิดไม่อุดตัน

เกิดจากการสร้างอสุจิในอัณฑะลดลงอย่างมาก อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซม ความเสียหายของอัณฑะ การรักษามะเร็งบางชนิด การติดเชื้อ หรือโรคของอัณฑะ

ในบางราย อาจยังพบอสุจิจำนวนน้อยในเนื้อเยื่ออัณฑะและสามารถเก็บออกมาเพื่อใช้กับ ICSI ได้

2) ภาวะไม่มีอสุจิจากการอุดตัน

อัณฑะสามารถสร้างอสุจิได้ แต่เส้นทางที่อสุจิใช้ผ่านออกมาถูกอุดตันหรือผิดปกติ

อาจเก็บอสุจิโดยตรงจากหลอดเก็บอสุจิหรืออัณฑะด้วยวิธี เช่น PESA, MESA, TESA หรือ TESE แล้วนำไปใช้ร่วมกับ IVF และ ICSI

3) ภาวะไม่มีอสุจิจากการขาดฮอร์โมน

บางรายมีสัญญาณฮอร์โมนจาก hypothalamus หรือต่อมใต้สมองไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการสร้างอสุจิ ซึ่งเรียกว่า hypogonadotropic hypogonadism

การรักษาด้วยฮอร์โมน gonadotropin อาจช่วยกระตุ้นการสร้างอสุจิได้ในกรณีนี้

หากตรวจพบ azoospermia แพทย์จะประเมินว่าเกิดจากการอุดตันหรือความผิดปกติของการสร้างอสุจิ และอาจตรวจฮอร์โมนหรือพันธุกรรมเพิ่มเติมตามความเหมาะสมค่ะ

สรุปง่าย ๆ

1. การตรวจน้ำเชื้อเป็นการตรวจพื้นฐานสำหรับประเมินภาวะเจริญพันธุ์ของฝ่ายชาย และปัจจุบันอ้างอิงมาตรฐาน WHO ฉบับที่ 6
2. ค่าที่ต่ำกว่าระดับอ้างอิงไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถมีบุตรได้อย่างแน่นอน
3. การเลือกตั้งครรภ์ตาม ธรรมชาติ IUI, IVF หรือ ICSI ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติและภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งคู่
4. แม้ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ บางกรณียังสามารถรักษาหรือเก็บอสุจิเพื่อใช้ในการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้