เมื่อท่อนำไข่มีความผิดปกติ: สาเหตุและการรักษา
ก่อนอื่น มาดูกันว่าท่อนำไข่อยู่ตรงไหนค่ะท่อนำไข่เป็นท่อที่เชื่อมระหว่างรังไข่กับมดลูก หลังการตกไข่ ไข่จะเข้าสู่ท่อนำไข่ และโดยทั่วไปจะเกิดการปฏิสนธิเมื่อไข่พบกับอสุจิในบริเวณนี้ จึงสามารถมองท่อนำไข่เป็นเส้นทางสำคัญของการตั้งครรภ์ได้ค่ะถ้าท่อนำไข่อุดตันจะเป็นอย่างไร?หากท่อนำไข่อุดตัน ไข่และอสุจิจะพบกันได้ยากขึ้น ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลงได้หากท่อนำไข่ทั้งสองข้างอุดตันอย่างสมบูรณ์ โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติจะต่ำมาก ในหลายกรณี แพทย์จะพิจารณา การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เพราะสามารถทำให้ไข่และอสุจิปฏิสนธิกันนอกร่างกาย และย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกโดยไม่ต้องผ่านท่อนำไข่อย่างไรก็ตาม การรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสาเหตุของการอุดตัน และในบางกรณีอาจพิจารณาการผ่าตัดได้หากท่อนำไข่เปิดอยู่หนึ่งข้าง ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ แม้โอกาสอาจลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ท่อนำไข่เปิดทั้งสองข้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าไข่จะต้องตกจากรังไข่ด้านเดียวกับท่อนำไข่ที่เปิดเสมอไป เพราะบางครั้งท่อนำไข่อีกด้านสามารถรับไข่ที่ตกจากรังไข่ฝั่งตรงข้ามได้ค่ะตรวจท่อนำไข่อย่างไร?การตรวจที่ใช้บ่อย ได้แก่ การฉีดสีดูโพรงมดลูกและท่อนำไข่ (HSG) และ การตรวจความเปิดของท่อนำไข่ด้วยอัลตราซาวนด์และสารทึบเสียง (HyCoSy)HSG ทำโดยฉีดสารทึบรังสีผ่านปากมดลูก แล้วถ่ายภาพ X-ray เพื่อดูว่าสารผ่านท่อนำไข่ทั้งสองข้างได้หรือไม่HyCoSy ใช้อัลตราซาวนด์ร่วมกับสารละลายหรือ microbubbles ที่ใส่เข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อดูว่าสารสามารถผ่านท่อนำไข่ได้หรือไม่โดยทั่วไปการตรวจเหล่านี้จะทำหลังประจำเดือนหมดและก่อนตกไข่ ส่วนช่วงเวลาที่แน่นอนและการเตรียมตัว เช่น ต้องงดอาหารหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและวิธีตรวจค่ะรักษาอย่างไร?แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับว่าท่อนำไข่อุดตันหนึ่งข้างหรือทั้งสองข้าง รวมถึงตำแหน่งและสาเหตุของการอุดตันหากท่อนำไข่ทั้งสองข้างอุดตันอย่างสมบูรณ์ IVF มักเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ท่อนำไข่ในการปฏิสนธิหากอุดตันเพียงข้างเดียวและไม่มีสาเหตุภาวะมีบุตรยากอื่นที่สำคัญ อาจลองตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ หรือพิจารณาการกระตุ้นไข่หรือการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) ก่อนพิจารณา IVFถ้ามีภาวะท่อนำไข่บวมน้ำล่ะ?ภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ (hydrosalpinx) คือภาวะที่ท่อนำไข่อุดตันและมีของเหลวสะสมอยู่ภายในของเหลวจากท่อนำไข่อาจไหลย้อนเข้าสู่โพรงมดลูกและรบกวนสภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกหรือการฝังตัวของตัวอ่อน ส่งผลให้อัตราความสำเร็จของ IVF ลดลงได้ดังนั้น หากพบ hydrosalpinx และกำลังวางแผนทำ IVF แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาท่อนำไข่ที่มีปัญหาออก หรือปิดท่อนำไข่บริเวณใกล้มดลูกก่อนเริ่มการรักษาอย่างไรก็ตาม การผ่าตัดก็มีความเสี่ยง เช่น ภาวะแทรกซ้อนหรือพังผืดหลังผ่าตัด จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยากเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ