pregnancy & baby คำแนะนำ

รู้จักภาวะมีบุตรยาก

เมื่อไข่ตกไม่สม่ำเสมอ: สาเหตุและการรักษา

ความผิดปกติของการตกไข่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี การรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ได้

การตกไข่เป็นขั้นตอนสำคัญของการตั้งครรภ์

การตกไข่คือการที่ไข่ที่โตเต็มที่ถูกปล่อยออกจากถุงไข่ในรังไข่ หลังจากนั้นไข่จะเข้าสู่ท่อนำไข่และมีโอกาสพบกับอสุจิเพื่อเกิดการปฏิสนธิ

ผู้หญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอประมาณ 21–35 วัน มักมีแนวโน้มที่จะตกไข่อย่างสม่ำเสมอ แม้บางครั้งอาจมีรอบเดือนที่ไม่มีการตกไข่ได้ หากรอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือเว้นช่วงนาน อาจเป็นสัญญาณว่าการตกไข่ไม่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของความผิดปกติของการตกไข่คือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) นอกจากนี้ น้ำหนักลดลงอย่างมาก การได้รับพลังงานไม่เพียงพอ การออกกำลังกายมากเกินไป ความเครียดรุนแรง ความผิดปกติของฮอร์โมน หรือความผิดปกติของ hypothalamus หรือต่อมใต้สมอง ก็อาจส่งผลต่อการตกไข่ได้

เมื่อการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ การคาดการณ์ว่าจะมีการตกไข่หรือจะเกิดขึ้นเมื่อใดในแต่ละรอบอาจทำได้ยาก สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ แพทย์จึงอาจพิจารณาการกระตุ้นการตกไข่ตามสาเหตุ

การกระตุ้นการตกไข่ทำอย่างไร?

การกระตุ้นการตกไข่คือการใช้ยาเพื่อช่วยให้ถุงไข่ในรังไข่เจริญเติบโตและช่วยให้ไข่ที่โตเต็มที่ถูกปล่อยออกมา

วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุ ปริมาณไข่สำรองในรังไข่ และปัจจัยเฉพาะของแต่ละคน

1) ยารับประทานกระตุ้นการตกไข่

ยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ letrozole และ clomiphene citrate

Letrozole ช่วยลดการสร้าง estrogen ชั่วคราว ทำให้สมองเพิ่มสัญญาณที่กระตุ้นการเจริญของถุงไข่ ปัจจุบันมักใช้เป็นยาทางเลือกแรกในการกระตุ้นการตกไข่ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มี PCOS

Clomiphene citrate เป็นยาที่ใช้กระตุ้นการตกไข่มาเป็นเวลานาน โดยช่วยเพิ่มสัญญาณฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญของถุงไข่ อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลงหรือมูกปากมดลูกลดลงชั่วคราว

โดยทั่วไปยาจะรับประทานเป็นเวลาหลายวันในช่วงต้นของรอบเดือน แต่ขนาดยาและช่วงเวลาที่ใช้ควรได้รับการกำหนดโดยแพทย์

2) ยาฉีดกระตุ้นการตกไข่

ยาฉีด gonadotropin มีฮอร์โมน เช่น FSH และบางชนิดมีฤทธิ์ของ LH ร่วมด้วย ซึ่งจะกระตุ้นรังไข่โดยตรงให้ถุงไข่เจริญเติบโต

มีทั้ง gonadotropin ที่ได้จากปัสสาวะ เช่น hMG (human menopausal gonadotropin) และ FSH ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม หรือ rFSH

อาจพิจารณาใช้ยาฉีดเมื่อยารับประทานไม่ได้ผลตามต้องการ หรือเมื่อต้องการกระตุ้นรังไข่ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) หรือการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF)

ในผู้หญิงที่ไม่มีการตกไข่เนื่องจากได้รับสัญญาณฮอร์โมนจาก hypothalamus หรือต่อมใต้สมองไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องใช้ gonadotropin

เนื่องจากยากระตุ้นการตกไข่อาจทำให้มีถุงไข่เจริญพร้อมกันหลายใบ จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์แฝดหรือภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป ดังนั้นอาจจำเป็นต้องติดตามด้วยอัลตราซาวนด์และ/หรือการตรวจเลือดระหว่างการรักษา

ชนิดของยาและแผนการรักษาที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรได้รับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยากหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ